วันที่2 มีนาคม 2553
เป็นการสอบปลายภาค
อาจารย์ให้ตอบคำถามต่อไปนี้
1.ในการจัดประสบการณ์ทางภาษาสำหรับเด็กปฐมวัยท่านต้องศึกษาในเรื่องใดบ้าง
ตอบ สิ่งที่ต้องศึกษา
-ทฤษฏีพัฒนาการของเด็ก ร่วมถึงธรรมชาติของเด็กในการรับรู้เรื่องของภาษาด้วย
-ความสำคัญและความหมายในการจัดประสบการณ์ทางภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย
-ควรรู้ถึงการดำเนินการสอนประสบการณ์ทางภาษาให้เหมาะสมกับเด็กในแต่ละวัย
อย่างไรก็ดีในการจัดประสบการณ์ทางภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย ต้องเข้าใจเกี่ยวกับธรรมชาติของเด็กให้มากที่สุด และควรจัดให้สอดคล้องกับวัยของเด็ก ต้องคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล และศักยภาพที่ซ่อนเล้นอยู่
2.การจัดประสบการณ์ทางภาษาสำหรับเด็กปฐมวัยมีวัตถุประสงค์อะไร
ตอบ -เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทางภาษาให้ดีขึ้น และ เหมาะสมตามวัย
-เพื่อให้เด็กสามารถบอกถึงความต้องการของเขา และสื่อสารกับผู้อื่นให้เข้าใจตรงกัน
3.หลักการจัดประสบการณ์ทางภาษาสำหรับเด็กปฐมวัยมีอะไรบ้าง
ตอบ -ต้องคำนึงถึงตัวเด็กเป็นสำคัญ คือ ความแตกต่างระหว่างตัวบุคคล ทั้งยังสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการรับรู้ที่มีประสิทธภาพของผู้เรียนอีกด้วย มีการสอดคล้องกับพัฒนาการตามวัย การจัดประสบการณ์ทางภาษานั้นต้องเลือกสิ่งที่จะสอนเป็นเรื่องที่เด็กให้ความสนใจ และใกล้ตัวเด็กมากที่สุด
4.ท่านมีแนวทางในการให้ความรู้กับผู้ปกครองเพื่อส่งเสริมพัฒนาการทางภาษาได้อย่างไร
ตอบ แนะแนวทางเกี่ยวกับการส่งเสริมพัฒนาการทางภาษา คือ ควรให้ผู้ปกครองมีกิจกรรมร่วมกับเด็ก อาทิเช่น
การพาบุคคลไปห้องสมุดในวันว่าง สร้างทัศนคติที่ดีต่อการอ่านหนังสือให้ลูกเห็น เล่านิทานและพูดคุยกับลูกให้บ่อยและเป็นกันเองทั้งยังต้องให้ลูกนั้นแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่พูดคุย เป็นผู้ฟังที่ดีเมื่อลูกต้องการที่จะเล่าเรื่องใดที่ฟัง ไม่ควรแสดงท่าที่ที่รำคาญ หรือให้เขาตัดสินใจ เริ่มจากเรื่องเล็กน้อยก่อน เช่น จะเลือกไปไหนดีในวันหยุดเป็นต้น
5.ให้ท่านเลือกกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการทางภาษาที่ท่านชอบที่สุดพร้อมให้เหตุผล ชื่อ วัตถุประสงค์ กิจกรรม ประเมินผล
ตอบ กิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการทางภาษาที่ท่านชอบได้แก่ การเล่านิทาน
เหตุผลที่ชอบ เนื่องมาจาก การเล่านิทานนั้นส่งเสริมทักษะในด้านการฟัง การพูด การอ่าน ส่งผลทักษะในการเขียนได้ในที่สุด
วัตถุประสงค์
-เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทางภาษาให้กับเด็ก
-เพื่อให้เด็กเกิดทักษะทางด้านการฟัง พูด อ่าน เขียน ที่ดีได้ตามลำดับ
กิจกรรม
เล่านิทานให้เด็กฟังโดยเลือกเรื่องที่เหมาะสมทั้งในเรื่องของเนื้อเรื่อง ขนาดตัวอักษร คือเป็นนิทานที่เหมาะสมในแต่ละวัย
เมื่อเล่านิทานจบ ควรกระตุ้นทักษะจากการฟังนิทาน
โดยการใช้คำถามเช่น ตัวละครในเรื่องมีใครบ้าง แล้วตัวละครทำอะไร ที่ไหน เป็นต้น
ประเมินผล
-สังเกตการตอบของเด็ก การพูดคุยและโต้ตอบกับเรา
หลังสอบเสร็จอาจารย์ให้นำโพสต์ขึ้น BLOGGER
วันพฤหัสบดีที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2553
บันทึกการเข้าเรียน
บันทึกวันที่19กุมพาพันธ์ พ.ศ.2553
- อาจารย์แจกแบบประเมินอาจารย์ผู้สอนให้นักศึกษา
- อาจารย์อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Blog และอธิบายเรื่องการทำสไลด์
- นัดหมายการสอบปลายภาค
- อาจารย์แจกแบบประเมินอาจารย์ผู้สอนให้นักศึกษา
- อาจารย์อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Blog และอธิบายเรื่องการทำสไลด์
- นัดหมายการสอบปลายภาค
วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
วันที่ 12/2/2553
อาจารย์ให้ทุกคนเล่านิทานเรื่องแม่ไก่สีแดง คนละ 1 ประโยค
ส่งงาน
ให้หาวิจัยแล้วลิงห์ไปที่บล็อกของตัวเอง
ลิงแนวการสอนของวิชาการจัดประสบการณ์ทางภาษาสำหรับเด็กเก็บไว้ในบล็อก
จัดแต่งบล็อกให้เรียบร้อย
การสอนเด็กต้องใช้แนะวิธีการปฏิบัติ
นิทานเกี่ยวกับการจัดประสบการณ์ทางภาษาได้อย่างไร
คือ นิทานสามารถใช้เป็นเครื่องมือปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
การเลือกนิทาน
1.ต้องเลือกให้เหมาะสมกับวัย
2.เป็นเรื่องที่เด็กให้ความสนใจ
3.เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเด็ก
วันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
วันที่5/2/53
วันนี้นำเสนอ ผลการจัดกิจกรรมทางภาษา
ในหัวข้อ บันทึกเสียงนิทาน
และของเพื่อนคือ สนุกกับคำสั่ง
sild สวยดี ตัวหนังสือค่อนข้างเยอะ
การนำเสนอของเพื่อน ติดขัด
คงเนื่องมาจากความตื่นเต้น
จากการนำเสนออาจารย์ได้เสนอแนะนำปรับปรุงเพิ่มเติม
1.การสังเกต
2.การสนทนาซักถาม
3.ผลงานที่เด็กทำการฟัง ฟังแล้วเข้าใจ สามารถกระทำ ปฏิบัติตามสิ่งที่ได้ฟังมาได้การพูด พูดแล้วผู้ฟังเข้าใจ รู้เรื่อง มีคำศัพท์ บรรยายได้ตรงกับความเป็นจริงการอ่าน อ่านแล้วประมวล สามารถโต้ตอบได้การเขียน สามารถขีดเขี่ย ขีดเขียนได้ตามพัฒนาการการจัดสิ่งแวดล้อม
- จัดบรรยากาศให้เหมาะสมในการเรียนรู้
- เด็กเรียนรู้โดยผ่านการร่วมทำกิจกรรมที่เหมาะสมตามวัย
- ให้เด็กเรียนรู้อย่างมีความหมาย โดยผ่านการกระตุ้นโดยคำถาม
- เปิดโอกาสให้เด็กได้สนทนาโต้ตอบ ได้แสดงความคิดเห็น
บรรยากาศ
การเรียนครั้งนี้ย้ายห้องจากห้องเดิมมาห้องใหม่
เสียงไมค์ ไม่ดี แต่เพียงไม่นานก็ดีขึ้นเหมือนเดิม
เป็นการฟังเพื่อนนำเสนอ
การสอนของอาจารย์การเรียนการสอน เป็นแบบพูดคุยซักถาม
พร้อมสอดแทรกเนื้อหา เพื่อให้จดจำได้ดียิ่งขึ้น เพราะเกิดจากการเข้าใจ ไม่ใช่ท่องจำ
ในหัวข้อ บันทึกเสียงนิทาน
และของเพื่อนคือ สนุกกับคำสั่ง
sild สวยดี ตัวหนังสือค่อนข้างเยอะ
การนำเสนอของเพื่อน ติดขัด
คงเนื่องมาจากความตื่นเต้น
จากการนำเสนออาจารย์ได้เสนอแนะนำปรับปรุงเพิ่มเติม
1.การสังเกต
2.การสนทนาซักถาม
3.ผลงานที่เด็กทำการฟัง ฟังแล้วเข้าใจ สามารถกระทำ ปฏิบัติตามสิ่งที่ได้ฟังมาได้การพูด พูดแล้วผู้ฟังเข้าใจ รู้เรื่อง มีคำศัพท์ บรรยายได้ตรงกับความเป็นจริงการอ่าน อ่านแล้วประมวล สามารถโต้ตอบได้การเขียน สามารถขีดเขี่ย ขีดเขียนได้ตามพัฒนาการการจัดสิ่งแวดล้อม
- จัดบรรยากาศให้เหมาะสมในการเรียนรู้
- เด็กเรียนรู้โดยผ่านการร่วมทำกิจกรรมที่เหมาะสมตามวัย
- ให้เด็กเรียนรู้อย่างมีความหมาย โดยผ่านการกระตุ้นโดยคำถาม
- เปิดโอกาสให้เด็กได้สนทนาโต้ตอบ ได้แสดงความคิดเห็น
บรรยากาศ
การเรียนครั้งนี้ย้ายห้องจากห้องเดิมมาห้องใหม่
เสียงไมค์ ไม่ดี แต่เพียงไม่นานก็ดีขึ้นเหมือนเดิม
เป็นการฟังเพื่อนนำเสนอ
การสอนของอาจารย์การเรียนการสอน เป็นแบบพูดคุยซักถาม
พร้อมสอดแทรกเนื้อหา เพื่อให้จดจำได้ดียิ่งขึ้น เพราะเกิดจากการเข้าใจ ไม่ใช่ท่องจำ
วันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2553
ครั้งที่ 9
วันนี้นำเสนอ รายงานผลการจัดกิจกรรม ของกลุ่มต่างๆ
อาจารย์ให้คำcomment
เช่น เราอย่ามองและสรุปฟฤติกรรมที่เด็กแสดงออกเพียงครั้งเด๊ยวแล้วสรุปผลเลย
เด็กเล็ก จัดกิจกรรมกลุ่มไม่ได้ เพราะเด็กเล็ก ยังยึดตนเองเป็นศูนย์กลางอยู่
อาจารย์ให้คำcomment
เช่น เราอย่ามองและสรุปฟฤติกรรมที่เด็กแสดงออกเพียงครั้งเด๊ยวแล้วสรุปผลเลย
เด็กเล็ก จัดกิจกรรมกลุ่มไม่ได้ เพราะเด็กเล็ก ยังยึดตนเองเป็นศูนย์กลางอยู่
วันพฤหัสบดีที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2553
ครั้งที่8
อาจารย์ทบทวนงานที่ให้นักศึกษาไปจัดกิจกรรมประสบการณ์ทางภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย
พร้อมอธิบายถึงความแตกต่างระหว่างอนุบาล1-3ว่าแตกต่างกันอย่างไร ดังนี้
พร้อมอธิบายถึงความแตกต่างระหว่างอนุบาล1-3ว่าแตกต่างกันอย่างไร ดังนี้
วันศุกร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2553
บันทึกครั้งที่7
บรรยายกาศ :ในห้องเรียนค่อนข้างเงียบเหงา
เนื่องจากเพื่อนที่เรียนในครั้งนี้น้อย
และอากาศภายนอกห้อง เต็มไปด้วยพายุ และฝนโหมกระหน่ำ
ที่กล่าวมาข้างต้นนี้ มิเป็นอุปสรรคในการเรียนรู้เลย
เพราะเรียนในห้องแอร์ สงบเงียบ ไร้สิ่งรบกวน
อาจารย์สั่งงาน นอกเวลา เกี่ยวกับการลงสร้างความคุ้นเคยกับเด็ก
โดยแบ่งเป็น การเล่านิทาน คุยกับเด็กเป็นต้น
เนื่องจากเพื่อนที่เรียนในครั้งนี้น้อย
และอากาศภายนอกห้อง เต็มไปด้วยพายุ และฝนโหมกระหน่ำ
ที่กล่าวมาข้างต้นนี้ มิเป็นอุปสรรคในการเรียนรู้เลย
เพราะเรียนในห้องแอร์ สงบเงียบ ไร้สิ่งรบกวน
อาจารย์สั่งงาน นอกเวลา เกี่ยวกับการลงสร้างความคุ้นเคยกับเด็ก
โดยแบ่งเป็น การเล่านิทาน คุยกับเด็กเป็นต้น
วันพฤหัสบดีที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2552
ครั้งนี้
สรุป หลักการ การจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย
ควรจัดให้สอดคล้องกับพัฒนาการของเด็ก
โดยคำนึงถึงตัวเด็กเเป็นหลัก
หลักของการจัดประสบการณ์ให้เด็กก้เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทุกด้าน เช่น ทักษะด้านภาษา
ควรจัดให้สอดคล้องกับพัฒนาการของเด็ก
โดยคำนึงถึงตัวเด็กเเป็นหลัก
หลักของการจัดประสบการณ์ให้เด็กก้เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทุกด้าน เช่น ทักษะด้านภาษา
วันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2552
บันทึกครั้งที่4
วันนี้มีการนำเสนอPOWER POINTเกี่ยวกับเนื้อหาในหัวข้อต่างๆที่ได้รับมอบหมาย
PERSENT เป็นกลุ่มทั้งหมด 5กลุ่ม ดังนี้
1ความหมายของภาษา
2ทฤษฏีทางสติปัญญา
3จิตวิทยาการเรียนรู้
4การสอนภาษาแบบองค์รวม
5หลักการ การจัดประสบการณ์สำหรับเด็ก
สรุปเนื้อหาหลังจากการฟังการนำเสนอ
ทฤษฏีเพียเจต์ กล่าวว่าสิ่งเร้ามากระตุ้น
ส่วนการทำงานของสมองนั้น
เนื่องจากเวลาไม่เพียงพอ อาจารย์เลยกำหนดว่าให้ กลุ่มของข้าพเจ้านำเสนอในอาทิตย์หน้า
PERSENT เป็นกลุ่มทั้งหมด 5กลุ่ม ดังนี้
1ความหมายของภาษา
2ทฤษฏีทางสติปัญญา
3จิตวิทยาการเรียนรู้
4การสอนภาษาแบบองค์รวม
5หลักการ การจัดประสบการณ์สำหรับเด็ก
สรุปเนื้อหาหลังจากการฟังการนำเสนอ
ทฤษฏีเพียเจต์ กล่าวว่าสิ่งเร้ามากระตุ้น
ส่วนการทำงานของสมองนั้น
เนื่องจากเวลาไม่เพียงพอ อาจารย์เลยกำหนดว่าให้ กลุ่มของข้าพเจ้านำเสนอในอาทิตย์หน้า
วันพุธที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2552
บันทึกครั้งที่ 3
เทคนิคการสอนภาษา
การสอนภาษาสำหรับเด็กต้องรวมถึงทักษะการฟัง การพูดด้วย ไม่ใช่เพียงแต่ทักษะการอ่านการเขียนเท่านั้น เพราะการฟังการพูดเป็นพื้นฐานของการอ่านและการเขียนครูสามารถประเมินผลการสอนของตนเองจากเด็กได้ง่ายๆ โดยสังเกตว่าเราสอนเด็กรู้สึกอย่างไร
แนวคิดพื้นฐานของการสอนภาษา
ครูต้องทราบว่าเด็กของเราเรียนรู้อย่างไรและเด็กเรียนรู้ภาษาอย่างเป็นธรรมชาติอย่างไร ประสบการณ์ทางด้านภาษาของเด็กเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เชื่อว่าเด็กทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ เด็กจะเรียนรู้ได้ดีที่สุด ถ้าเราสอนแบบWhole Language คือ สอนอย่างเป็นธรรมชาติ เนื้อหาอยู่ในชีวิตประจำวัน ให้เด็กรู้สึกว่าตัวเขาเป็นส่วนหนึ่งในสังคมของห้องเรียน ไม่ให้เด็กรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกแข่งขัน ครูต้องสอนทุกทักษะไปพร้อมๆกันและเกี่ยวข้อกัน ทำให้การเรียนภาษาของเด็กเป็นสิ่งที่น่าสนใจและสนุกสนาน
ควรสอนภาษาเด็กอย่างไร
ควรเริ่มจากสิ่งที่เด็กรู้แล้วและอยู่ในความสนใจของเด็ก ให้ความเคารพกับภาษาที่เด็กใช้ มีการประเมินโดยการสังเกต ใช้วิธีการประเมินที่เหมาะสม มีการเสนอความคิดต่อผู้ปกครอง ส่งเสริมให้เด็กเรียนอย่างกระตือรือร้น จดประสบการณ์การอ่านและส่งเสริมให้เด็กลงมือกระทำ
ขั้นตอนการอ่านและการเขียน
ขั้นที่1 คาดเดาภาษาและหนังสือ แก้ไขความผิดพลาดของความหมายด้วยตนเอง
ขั้นที่2 แก้ไขข้อผิดพลาดในประโยคด้วยตนเอง
ขั้นที่3 จำคำที่คุ้นเคยได้ คาดคะเนความหมายจากบริบท
ขั้นที่4 เข้าใจเกี่ยวกับ การเริ่มต้น และ การลงท้าย เมื่อนำมาใช้ในการเดาคำ
ขั้นที่5 สร้างคำศัพท์จากสิ่งที่พบเห็นได้มากขึ้น
เด็กจะมีพัฒนาการแบ่งได้เป็น 6 ขั้น ดังนี้
ขั้นที่1 ขีดเขี่ย
ขั้นที่2 เขียนเส้นตามยาวซ้ำๆกัน
ขั้นที่3 เริ่มเขียนได้มีรูปร่างคล้ายตัวอักษร
ขั้นที่4 เขียนตัวอักษรและสัญลักษณ์ของคำเริ่มต้นได้สัมพันธ์กัน
ขั้นที่ 5 สร้างตัวสะกดเอง
ขั้นที่ 6 สามรถเขียนได้ถูกต้องตามแบบแผน
การสอนภาษาสำหรับเด็กต้องรวมถึงทักษะการฟัง การพูดด้วย ไม่ใช่เพียงแต่ทักษะการอ่านการเขียนเท่านั้น เพราะการฟังการพูดเป็นพื้นฐานของการอ่านและการเขียนครูสามารถประเมินผลการสอนของตนเองจากเด็กได้ง่ายๆ โดยสังเกตว่าเราสอนเด็กรู้สึกอย่างไร
แนวคิดพื้นฐานของการสอนภาษา
ครูต้องทราบว่าเด็กของเราเรียนรู้อย่างไรและเด็กเรียนรู้ภาษาอย่างเป็นธรรมชาติอย่างไร ประสบการณ์ทางด้านภาษาของเด็กเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เชื่อว่าเด็กทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ เด็กจะเรียนรู้ได้ดีที่สุด ถ้าเราสอนแบบWhole Language คือ สอนอย่างเป็นธรรมชาติ เนื้อหาอยู่ในชีวิตประจำวัน ให้เด็กรู้สึกว่าตัวเขาเป็นส่วนหนึ่งในสังคมของห้องเรียน ไม่ให้เด็กรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกแข่งขัน ครูต้องสอนทุกทักษะไปพร้อมๆกันและเกี่ยวข้อกัน ทำให้การเรียนภาษาของเด็กเป็นสิ่งที่น่าสนใจและสนุกสนาน
ควรสอนภาษาเด็กอย่างไร
ควรเริ่มจากสิ่งที่เด็กรู้แล้วและอยู่ในความสนใจของเด็ก ให้ความเคารพกับภาษาที่เด็กใช้ มีการประเมินโดยการสังเกต ใช้วิธีการประเมินที่เหมาะสม มีการเสนอความคิดต่อผู้ปกครอง ส่งเสริมให้เด็กเรียนอย่างกระตือรือร้น จดประสบการณ์การอ่านและส่งเสริมให้เด็กลงมือกระทำ
ขั้นตอนการอ่านและการเขียน
ขั้นที่1 คาดเดาภาษาและหนังสือ แก้ไขความผิดพลาดของความหมายด้วยตนเอง
ขั้นที่2 แก้ไขข้อผิดพลาดในประโยคด้วยตนเอง
ขั้นที่3 จำคำที่คุ้นเคยได้ คาดคะเนความหมายจากบริบท
ขั้นที่4 เข้าใจเกี่ยวกับ การเริ่มต้น และ การลงท้าย เมื่อนำมาใช้ในการเดาคำ
ขั้นที่5 สร้างคำศัพท์จากสิ่งที่พบเห็นได้มากขึ้น
เด็กจะมีพัฒนาการแบ่งได้เป็น 6 ขั้น ดังนี้
ขั้นที่1 ขีดเขี่ย
ขั้นที่2 เขียนเส้นตามยาวซ้ำๆกัน
ขั้นที่3 เริ่มเขียนได้มีรูปร่างคล้ายตัวอักษร
ขั้นที่4 เขียนตัวอักษรและสัญลักษณ์ของคำเริ่มต้นได้สัมพันธ์กัน
ขั้นที่ 5 สร้างตัวสะกดเอง
ขั้นที่ 6 สามรถเขียนได้ถูกต้องตามแบบแผน
วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
บันทึกครั้งที่ 2
วันศุกร์ที่ 13 พ.ย 2552
คำสั่งวันนี้อาจารย์ให้นักศึกษาแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ5 คนโดยที่กลุ่มผู้เรียนได้หัวข้อ
เรื่องหลักการการจัดประสบการณ์ ทางภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย
การจัดประสบการณ์ให้แก่เด็กปฐมวัยนั้น
ควรจัดให้สอดคล้องกับพัฒนาการของเด็กคำนึงถึงตัวเด็กเป็นหลักจัดประสบการณ์ให้เด็กเพื่อส่งเสริมพัฒนาทุกด้าน เช่น ทักษะทางภาษา
ความหมายของภาษา
ความสามารถทางภาษา หมายถึง การรับรู้และการแสดงออกทางภาษาโดยใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของเด็กอายุ 5-6 ปี แบ่งเป็น 4 ด้าน คือ
1.1 ความสามารถด้านการฟัง หมายถึง การตั้งใจรับรู้เสียงที่ได้ยิน โดยสัมผัสทางหูและส่งไปผ่านสมอง เพื่อแปรความหมายให้เกิดความเข้าใจในสิ่งที่ได้ยิน
1.2 ความสามารถด้านการพูด หมายถึง การเปล่งเสียงออกมาเป็นคำ ประโยคอย่างมีความหมาย หรือแสดงออกเป็นภาษาท่าทาง เพื่อให้ผู้ฟังเกิดความเข้าใจ
1.3 ความสามารถด้านการอ่าน หมายถึง การแปลความหมายจากสื่อ สัญลักษณ์ ที่เห็นของจริง แผ่นภาพ ตัวอักษรได้อย่างถูกต้อง
1.4 ความสามารถด้านการเขียน หมายถึง การบังคับกล้ามเนื้อมือ ให้สัมพันธ์กับตาและสามารถเขียนเป็นภาพ สัญลักษณ์ ตัวอักษรให้ผู้อื่นเข้าใจความหมาย
ความสามารถทางภาษาที่กล่าวข้างต้นนี้ สามารถวัดโดยการเก็บรวบรวมผลงานที่เด็กสร้างขึ้น
ปัจจุบันการจัดสิ่งแวดล้อมที่ดีมีสถานเลี้ยงเด็กที่ได้มาตรฐาน มีพี่เลี้ยงเด็กที่มีความรู้ เข้าใจ ความต้องการ พัฒนาการเด็กจะส่งผลให้เด็กได้รับความรัก ความอบอุ่น ความมั่งคงทางจิตใจ เมื่อเด็กโตขึ้นสามารถปรับตัวให้เข้ากับสังคมได้อย่างมีความสุข หนังสือสำหรับเด็กจะทำให้เด็กเป็นผู้มีสุขภาพจิตดี มีความสุข มองโลกในแง่ดีและปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้
ในการจัดประสบการณ์ให้กับเด็กปฐมวัยเพื่อส่งเสริมพัฒนาการของเด็กในการสร้างหนังสือสำหรับเด็ก การอ่านคำกลอนให้เด็กฟังเป็นเทคนิคหนึ่งที่นิยมนำมาใช้กับเด็กปฐมวัย ทั้งนี้เพราะคำกลอนเป็นสื่อที่เด็กคุ้นเคย ให้ความสนุกสนานและความรู้ เด็กสามารถเก็บความจากเรื่องที่ฟังได้สมควรแก่วัย
การที่ครูอ่านคำกลอนให้เด็กฟังแล้วให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์จากคำกลอนโดยครูมีคำถามมาใช้ประกอบการจัดกิจกรรมความคิดสร้างสรรค์ด้วยนั้น เป็นการส่งเสริมการแสดงออก ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ นอกจากนี้กิจกรรมการวาดภาพเป็นกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการในการสร้างหนังสือสำหรับเด็กได้ เด็กในวัยนี้ชอบวาดภาพเป็นชีวิตจิตใจถึงแม้จะยังอ่านเขียนหนังสือไม่ได้ แต่เขาสามารถวาดภาพบอกเล่าความรู้สึกนึกคิดต่างๆ ของเขาให้เรารับรู้ได้อย่างละเอียด โดยผ่านวิธีการวาดภาพ เพราะในการวาดภาพของเด็กนั้นมักสะท้อนถึงเรื่องราวที่เขาสนใจ
จากสภาพการจัดการเรียนการสอนของเด็กปฐมวัยโดยทั่วไป ครูมักจะเป็นผู้กำหนดกิจกรรมเป็นส่วนใหญ่ ครูยังเป็นผู้มีบทบาทมากที่สุด เน้นครูเป็นศูนย์กลาง ในการจัดกิจกรรมส่วนใหญ่จะเป็นการตอบสนองพฤติกรรมที่ครูเป็นผู้ริเริ่ม การนำกิจกรรมละครสร้างสรรค์มาใช้กับเด็ก ครูยังคิดเป็นเรื่องยุ่งยาก เสียเวลาและตัวครูยังขาดทักษะบางประการที่จะส่งเสริมการแสดงออกของเด็กโดยผ่านละครสร้างสรรค์อีกด้วย ในทำนองเดียวกันการนำกิจกรรมการวาดภาพมาใช้กับเด็กปฐมวัย ครูส่วนมากจะเน้นที่การพัฒนากล้ามเนื้อมือและตา ในลักษณะประสาทสัมพันธ์ ความคิดสร้างสรรค์ ความสวยงามเป็นหลักและมองข้ามการใช้การวาดภาพเสริมกิจกรรมอื่นๆเพื่อให้เด็กได้รับการพัฒนาทางด้านจิตใจ
สำหรับการจัดประสบการณ์ให้แก่เด็กปฐมวัยนั้นควรจัดให้สอดคล้องกับพัฒนาการของเด็ก คำนึงถึงตัวเด็กเป็นหลัก จัดประสบการณ์ให้เด็กได้ “กระทำ” เพื่อส่งเสริมพัฒนาทุกด้าน ควรเลือกประสบการณ์ที่ใกล้ตัวเด็กอยู่ในสิ่งแวดล้อมของเด็ก อีกทั้งต้องคำนึงถึงความแตกต่างและความสนใจของเด็กเป็นรายบุคคล เพราะเมื่อเด็กมีความสนใจก็จะตั้งใจทำกิจกรรมและเรียนรู้อย่างสนุกสนาน ยิ่งไปกว่านั้นควรจัดประสบการณ์ให้เด็กมีโอกาสเรียนรู้ในหลายรูปแบบ เช่น การปฏิบัติการทดลอง การนำไปทัศนศึกษา การเล่นบทบาทสมมติ การเล่นเป็นกลุ่มและเดี่ยว ซึ่งเด็กแต่ละคนอาจมีวิธีการเรียนรู้ไม่เหมือนกัน นอกจากนี้การจัดหน่วยประสบการณ์ให้กับเด็กนิยมจัดในรูปของกิจกรรมต่างๆ คือ กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ กิจกรรมสร้างสรรค์และเล่นตามมุม กิจกรรมในวงกลม กิจกรรมการเล่นกลางแจ้งและเกมการศึกษา ในการจัดประสบการณ์ทางภาษาแก่เด็กว่าเป็นวิธีที่เด็กได้ฝึกทักษะการมองจากซ้ายไปขวา การลากตัวอักษรจากบนลงล่าง และการจำเครื่องหมายต่างๆ ตลอดจนการสร้างสมุดเล่มใหญ่ (Big Book) จะช่วยเปิดโอกาสให้เด็กได้คิดจินตนาการทบทวนความจำ ได้แสดงออกตามความสามารถของแต่ละคน อีกทั้งได้ใช้กล้ามเนื้อและสายตาอย่างประสานสัมพันธ์กัน มีการถ่ายโยงการเรียนรู้ซึ่งกันและกันขยายความรู้ความคิดแก่กัน ปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้ และเรียนรู้อย่างสนุกสนาน
กระบวนการจัดการเรียนรู้และประสบการณ์ภาษา
การจัดการเรียนรู้และประสบการณ์ภาษา สำหรับเด็กปฐมวัยที่จะให้ได้รับผลสำเร็จตามเป้าหมาย
ต้องมีองค์ประกอบและการดำเนินงาน ต่อไปนี้
1. การวางแผนการจัดการเรียนรู้ก่อนดำเนินการใดๆควรได้มีการวางแผนการทำงาน เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน การจัดการเรียนรู้และการจัดประสบการณ์ก็เช่นเดียวกัน หากต้องการให้ประสบผลสำเร็จต้องเริ่มจากการวางแผนการจัดหลักสูตร จัดประสบการณ์เพื่อให้การสอนเกิดผลดีที่สุดเพราะ “ไม่มีการสอนที่ดีใดจะเกิดขึ้นได้ โดยไม่มีการวางแผนล่วงหน้า” (นิตยา ประพฤติกิจ ,2539,หน้า 11) การวางแผนการจัดการเรียนรู้และประสบการณ์มีความสำคัญอย่างยิ่ง ครูจำเป็นต้องทราบว่าจะวางแผนอย่างไร เพื่อให้เด็กได้พัฒนาพร้อมกันทั้งการเรียนและการเล่น ทั้งนี้เพราะสำหรับเด็กปฐมวัยการเล่นจะนำเด็กไปสู่การเรียนรู้ นอกเหนือจากนี้เด็กจะพัฒนาไปตามเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่ขึ้นอยู่กับความสามารถของครูที่จะนำความรู้ที่ตนมีอยู่ไปใช้กับเด็กแต่ละคนได้อย่างเหมาะสม ตามระดับพัฒนาการของเด็กก่อนวางแผนการจัดการเรียนรู้และประสบการณ์ ครูควรได้อ่านประวัติของเด็กแต่ละคน ซึ่งประวัตินี้อาจได้มาจากการประชุมผู้ปกครอง ระเบียนประวัติของนักเรียน รวมถึงการสังเกตพฤติกรรมของเด็ก เช่น เด็กพูดไม่ชัดเด็กยังไม่มีพัฒนาการด้านภาษาเด็กติดอ่างเด็กไม่พูดเด็กพูดภาษาถิ่นการรู้ประวัติของเด็กช่วยให้ครูเข้าใจเด็กมากขึ้นเพราะพัฒนาการทางภาษาของเด็กส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากสิ่งแวดล้อมทางบ้าน ว่าใช้ภาษาอย่างไร พ่อแม่ผู้ปกครองดูแลเอาใจใส่มากน้อยแค่ไหน เด็กอยู่กับใคร เด็กที่อยู่กับพ่อแม่ อยู่กับปู่ย่าตายาย หรืออยู่กับพี่เลี้ยงย่อมใช้ภาษาแตกต่างกัน เช่น เด็กที่อยู่กับพี่เลี้ยงที่พูดภาษาถิ่น ย่อมพูดภาษาถิ่นด้วย เด็กที่ครอบครัวเอาใจใส่จะใช้ภาษาดีกว่าเด็กที่ครอบครัวปล่อยปละละเลยเมื่อครูรู้จักเด็กดีแล้ว ก็จะวางแผนการจัดประสบการณ์ได้ว่าจะจัดกิจกรรมอย่างไร จะใช้สื่ออะไรเพื่อให้เด็กพัฒนาได้เต็มตามศักยภาพของตนเอง
2. หลักการจัดการเรียนรู้ทางภาษาในการวางแผนการจัดการเรียนรู้สำหรับเด็ก ควรต้องพิจารณาหลักการสำคัญ 5 ประการ คือ
2.1 ครูมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาทางภาษาของเด็กปฐมวัย
2.2 ภาษาประกอบด้วยทักษะ 4 ด้าน ที่มีความสัมพันธ์กัน คือ การฟัง การพูด การเขียน และการอ่าน
2.3 เด็กที่มีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลหลากหลาย จะมีพัฒนาการทางภาษาดีขึ้น
2.4 เด็กที่มีวัยต่างกันมีความสามารถในการใช้ภาษาต่างกัน
2.5 พ่อแม่สามารถสร้างเสริมประสบการณ์ด้านภาษาให้ลูกได้
แหล่งที่มา
http://www.kroobannok.com/view.php?article_id=5868
http://www.vcharkarn.com/vblog/34707/2
บันทึกการเข้าเรียน
การเข้าเรียนในครั้งนี้อาจารย์ให้สืบค้นเนื้อหาที่ได้รับมอบหมายเป็นกลุ่ม กำหนดกลุ่มละ5คน
ในระหว่างที่ให้สืบค้นนั้น อาจารย์ได้ตรวจเครื่องแต่งการ (ทรงผม เสื้อผ้า กระโปง รองเท้า)
บรรยากาศในการเรียน เป็นในลักษณะเยือกเย็น เนื่องจากระดับอุณหภูมิห้องอยู่ในระดับต่ำ
แต่ไม่เป็นอุปสรรคในการเรียน เพราะชอบที่เป็นแบบนี้
คำสั่งวันนี้อาจารย์ให้นักศึกษาแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ5 คนโดยที่กลุ่มผู้เรียนได้หัวข้อ
เรื่องหลักการการจัดประสบการณ์ ทางภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย
การจัดประสบการณ์ให้แก่เด็กปฐมวัยนั้น
ควรจัดให้สอดคล้องกับพัฒนาการของเด็กคำนึงถึงตัวเด็กเป็นหลักจัดประสบการณ์ให้เด็กเพื่อส่งเสริมพัฒนาทุกด้าน เช่น ทักษะทางภาษา
ความหมายของภาษา
ความสามารถทางภาษา หมายถึง การรับรู้และการแสดงออกทางภาษาโดยใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของเด็กอายุ 5-6 ปี แบ่งเป็น 4 ด้าน คือ
1.1 ความสามารถด้านการฟัง หมายถึง การตั้งใจรับรู้เสียงที่ได้ยิน โดยสัมผัสทางหูและส่งไปผ่านสมอง เพื่อแปรความหมายให้เกิดความเข้าใจในสิ่งที่ได้ยิน
1.2 ความสามารถด้านการพูด หมายถึง การเปล่งเสียงออกมาเป็นคำ ประโยคอย่างมีความหมาย หรือแสดงออกเป็นภาษาท่าทาง เพื่อให้ผู้ฟังเกิดความเข้าใจ
1.3 ความสามารถด้านการอ่าน หมายถึง การแปลความหมายจากสื่อ สัญลักษณ์ ที่เห็นของจริง แผ่นภาพ ตัวอักษรได้อย่างถูกต้อง
1.4 ความสามารถด้านการเขียน หมายถึง การบังคับกล้ามเนื้อมือ ให้สัมพันธ์กับตาและสามารถเขียนเป็นภาพ สัญลักษณ์ ตัวอักษรให้ผู้อื่นเข้าใจความหมาย
ความสามารถทางภาษาที่กล่าวข้างต้นนี้ สามารถวัดโดยการเก็บรวบรวมผลงานที่เด็กสร้างขึ้น
ปัจจุบันการจัดสิ่งแวดล้อมที่ดีมีสถานเลี้ยงเด็กที่ได้มาตรฐาน มีพี่เลี้ยงเด็กที่มีความรู้ เข้าใจ ความต้องการ พัฒนาการเด็กจะส่งผลให้เด็กได้รับความรัก ความอบอุ่น ความมั่งคงทางจิตใจ เมื่อเด็กโตขึ้นสามารถปรับตัวให้เข้ากับสังคมได้อย่างมีความสุข หนังสือสำหรับเด็กจะทำให้เด็กเป็นผู้มีสุขภาพจิตดี มีความสุข มองโลกในแง่ดีและปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้
ในการจัดประสบการณ์ให้กับเด็กปฐมวัยเพื่อส่งเสริมพัฒนาการของเด็กในการสร้างหนังสือสำหรับเด็ก การอ่านคำกลอนให้เด็กฟังเป็นเทคนิคหนึ่งที่นิยมนำมาใช้กับเด็กปฐมวัย ทั้งนี้เพราะคำกลอนเป็นสื่อที่เด็กคุ้นเคย ให้ความสนุกสนานและความรู้ เด็กสามารถเก็บความจากเรื่องที่ฟังได้สมควรแก่วัย
การที่ครูอ่านคำกลอนให้เด็กฟังแล้วให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์จากคำกลอนโดยครูมีคำถามมาใช้ประกอบการจัดกิจกรรมความคิดสร้างสรรค์ด้วยนั้น เป็นการส่งเสริมการแสดงออก ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ นอกจากนี้กิจกรรมการวาดภาพเป็นกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการในการสร้างหนังสือสำหรับเด็กได้ เด็กในวัยนี้ชอบวาดภาพเป็นชีวิตจิตใจถึงแม้จะยังอ่านเขียนหนังสือไม่ได้ แต่เขาสามารถวาดภาพบอกเล่าความรู้สึกนึกคิดต่างๆ ของเขาให้เรารับรู้ได้อย่างละเอียด โดยผ่านวิธีการวาดภาพ เพราะในการวาดภาพของเด็กนั้นมักสะท้อนถึงเรื่องราวที่เขาสนใจ
จากสภาพการจัดการเรียนการสอนของเด็กปฐมวัยโดยทั่วไป ครูมักจะเป็นผู้กำหนดกิจกรรมเป็นส่วนใหญ่ ครูยังเป็นผู้มีบทบาทมากที่สุด เน้นครูเป็นศูนย์กลาง ในการจัดกิจกรรมส่วนใหญ่จะเป็นการตอบสนองพฤติกรรมที่ครูเป็นผู้ริเริ่ม การนำกิจกรรมละครสร้างสรรค์มาใช้กับเด็ก ครูยังคิดเป็นเรื่องยุ่งยาก เสียเวลาและตัวครูยังขาดทักษะบางประการที่จะส่งเสริมการแสดงออกของเด็กโดยผ่านละครสร้างสรรค์อีกด้วย ในทำนองเดียวกันการนำกิจกรรมการวาดภาพมาใช้กับเด็กปฐมวัย ครูส่วนมากจะเน้นที่การพัฒนากล้ามเนื้อมือและตา ในลักษณะประสาทสัมพันธ์ ความคิดสร้างสรรค์ ความสวยงามเป็นหลักและมองข้ามการใช้การวาดภาพเสริมกิจกรรมอื่นๆเพื่อให้เด็กได้รับการพัฒนาทางด้านจิตใจ
สำหรับการจัดประสบการณ์ให้แก่เด็กปฐมวัยนั้นควรจัดให้สอดคล้องกับพัฒนาการของเด็ก คำนึงถึงตัวเด็กเป็นหลัก จัดประสบการณ์ให้เด็กได้ “กระทำ” เพื่อส่งเสริมพัฒนาทุกด้าน ควรเลือกประสบการณ์ที่ใกล้ตัวเด็กอยู่ในสิ่งแวดล้อมของเด็ก อีกทั้งต้องคำนึงถึงความแตกต่างและความสนใจของเด็กเป็นรายบุคคล เพราะเมื่อเด็กมีความสนใจก็จะตั้งใจทำกิจกรรมและเรียนรู้อย่างสนุกสนาน ยิ่งไปกว่านั้นควรจัดประสบการณ์ให้เด็กมีโอกาสเรียนรู้ในหลายรูปแบบ เช่น การปฏิบัติการทดลอง การนำไปทัศนศึกษา การเล่นบทบาทสมมติ การเล่นเป็นกลุ่มและเดี่ยว ซึ่งเด็กแต่ละคนอาจมีวิธีการเรียนรู้ไม่เหมือนกัน นอกจากนี้การจัดหน่วยประสบการณ์ให้กับเด็กนิยมจัดในรูปของกิจกรรมต่างๆ คือ กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ กิจกรรมสร้างสรรค์และเล่นตามมุม กิจกรรมในวงกลม กิจกรรมการเล่นกลางแจ้งและเกมการศึกษา ในการจัดประสบการณ์ทางภาษาแก่เด็กว่าเป็นวิธีที่เด็กได้ฝึกทักษะการมองจากซ้ายไปขวา การลากตัวอักษรจากบนลงล่าง และการจำเครื่องหมายต่างๆ ตลอดจนการสร้างสมุดเล่มใหญ่ (Big Book) จะช่วยเปิดโอกาสให้เด็กได้คิดจินตนาการทบทวนความจำ ได้แสดงออกตามความสามารถของแต่ละคน อีกทั้งได้ใช้กล้ามเนื้อและสายตาอย่างประสานสัมพันธ์กัน มีการถ่ายโยงการเรียนรู้ซึ่งกันและกันขยายความรู้ความคิดแก่กัน ปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้ และเรียนรู้อย่างสนุกสนาน
กระบวนการจัดการเรียนรู้และประสบการณ์ภาษา
การจัดการเรียนรู้และประสบการณ์ภาษา สำหรับเด็กปฐมวัยที่จะให้ได้รับผลสำเร็จตามเป้าหมาย
ต้องมีองค์ประกอบและการดำเนินงาน ต่อไปนี้
1. การวางแผนการจัดการเรียนรู้ก่อนดำเนินการใดๆควรได้มีการวางแผนการทำงาน เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน การจัดการเรียนรู้และการจัดประสบการณ์ก็เช่นเดียวกัน หากต้องการให้ประสบผลสำเร็จต้องเริ่มจากการวางแผนการจัดหลักสูตร จัดประสบการณ์เพื่อให้การสอนเกิดผลดีที่สุดเพราะ “ไม่มีการสอนที่ดีใดจะเกิดขึ้นได้ โดยไม่มีการวางแผนล่วงหน้า” (นิตยา ประพฤติกิจ ,2539,หน้า 11) การวางแผนการจัดการเรียนรู้และประสบการณ์มีความสำคัญอย่างยิ่ง ครูจำเป็นต้องทราบว่าจะวางแผนอย่างไร เพื่อให้เด็กได้พัฒนาพร้อมกันทั้งการเรียนและการเล่น ทั้งนี้เพราะสำหรับเด็กปฐมวัยการเล่นจะนำเด็กไปสู่การเรียนรู้ นอกเหนือจากนี้เด็กจะพัฒนาไปตามเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่ขึ้นอยู่กับความสามารถของครูที่จะนำความรู้ที่ตนมีอยู่ไปใช้กับเด็กแต่ละคนได้อย่างเหมาะสม ตามระดับพัฒนาการของเด็กก่อนวางแผนการจัดการเรียนรู้และประสบการณ์ ครูควรได้อ่านประวัติของเด็กแต่ละคน ซึ่งประวัตินี้อาจได้มาจากการประชุมผู้ปกครอง ระเบียนประวัติของนักเรียน รวมถึงการสังเกตพฤติกรรมของเด็ก เช่น เด็กพูดไม่ชัดเด็กยังไม่มีพัฒนาการด้านภาษาเด็กติดอ่างเด็กไม่พูดเด็กพูดภาษาถิ่นการรู้ประวัติของเด็กช่วยให้ครูเข้าใจเด็กมากขึ้นเพราะพัฒนาการทางภาษาของเด็กส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากสิ่งแวดล้อมทางบ้าน ว่าใช้ภาษาอย่างไร พ่อแม่ผู้ปกครองดูแลเอาใจใส่มากน้อยแค่ไหน เด็กอยู่กับใคร เด็กที่อยู่กับพ่อแม่ อยู่กับปู่ย่าตายาย หรืออยู่กับพี่เลี้ยงย่อมใช้ภาษาแตกต่างกัน เช่น เด็กที่อยู่กับพี่เลี้ยงที่พูดภาษาถิ่น ย่อมพูดภาษาถิ่นด้วย เด็กที่ครอบครัวเอาใจใส่จะใช้ภาษาดีกว่าเด็กที่ครอบครัวปล่อยปละละเลยเมื่อครูรู้จักเด็กดีแล้ว ก็จะวางแผนการจัดประสบการณ์ได้ว่าจะจัดกิจกรรมอย่างไร จะใช้สื่ออะไรเพื่อให้เด็กพัฒนาได้เต็มตามศักยภาพของตนเอง
2. หลักการจัดการเรียนรู้ทางภาษาในการวางแผนการจัดการเรียนรู้สำหรับเด็ก ควรต้องพิจารณาหลักการสำคัญ 5 ประการ คือ
2.1 ครูมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาทางภาษาของเด็กปฐมวัย
2.2 ภาษาประกอบด้วยทักษะ 4 ด้าน ที่มีความสัมพันธ์กัน คือ การฟัง การพูด การเขียน และการอ่าน
2.3 เด็กที่มีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลหลากหลาย จะมีพัฒนาการทางภาษาดีขึ้น
2.4 เด็กที่มีวัยต่างกันมีความสามารถในการใช้ภาษาต่างกัน
2.5 พ่อแม่สามารถสร้างเสริมประสบการณ์ด้านภาษาให้ลูกได้
แหล่งที่มา
http://www.kroobannok.com/view.php?article_id=5868
http://www.vcharkarn.com/vblog/34707/2
บันทึกการเข้าเรียน
การเข้าเรียนในครั้งนี้อาจารย์ให้สืบค้นเนื้อหาที่ได้รับมอบหมายเป็นกลุ่ม กำหนดกลุ่มละ5คน
ในระหว่างที่ให้สืบค้นนั้น อาจารย์ได้ตรวจเครื่องแต่งการ (ทรงผม เสื้อผ้า กระโปง รองเท้า)
บรรยากาศในการเรียน เป็นในลักษณะเยือกเย็น เนื่องจากระดับอุณหภูมิห้องอยู่ในระดับต่ำ
แต่ไม่เป็นอุปสรรคในการเรียน เพราะชอบที่เป็นแบบนี้
วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
คาบแรก

นางสาว ประภาพร วังสุริย์
รหัสนักศึกษา 5111202460
สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย
6/11/52
รหัสนักศึกษา 5111202460
สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย
6/11/52
1.การจัดประสบการณ์ทางภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย
หมายถึง การเรียนรู้ที่ผู้สอนจะต้องจัดขึ้นให้กับผู้เรียน โดยต้องให้เหมาะสมกับพัฒนาการของผู้เรียนในด้านต่างๆและวุฒิภาวะของผู้เรียนตามผลการเรียนรู้ที่คาดหวังได้กำหนดไว้
2.บรรยากาศในห้องเรียน
ในการเรียนวันนี้สภาพบรรยากาศภายในห้องน่าเรียนมาก อาจเนื่องมาจากอากาศภายในห้องที่ไม่ร้อน ผิดไปจากการเรียนวิชาอื่นๆในเทอมที่ผ่านมานั้นได้เรียนที่ห้องพัดลมอากาศร้อนมาก
3.สรุปใจความสำคัญของการจัดประสบการณ์ทางภาษาธรรมชาติ
คือ เป็นการดำเนินงานโดยผ่านกิจกรรมที่จัดขึ้น เพื่อให้ผู้เรียนเกิดกระบวนการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ เช่น ด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม จิตใจ สติปัญญา ผ่านสัมผัสทั้ง5 (ตา หู จมูก ปาก กายสัมผัส)
4.บทสรุปเนื้อหา
การจัดประสบการณ์ทางภาษาธรรมชาตินั้น ก็คือ การเตรียมเนื้อหาที่จะจัดกิจกรรมเพื่อให้ผู้เรียนนั้นเกิดพัฒนาการที่เหมาะสมตามวัย การรับรู้ของแต่ละบุคคลอย่างเติมประสิทธิภาพ ผ่านสัมผัสทั้ง5 เพื่อให้เกิดพัฒนาการในด้านต่างๆอย่างสมบูรณ์
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
